Reading Time: 2 minutes

เปิดช่องเล่นหุ้นจีน AVA เล็งร่วมทุนฮ่องกงรุกโรบอต-เทรดดิ้งแพลตฟอร์ม

“เอวา แอดไวเซอรี่” เผยเป็นบริษัทไทยรายเดียวที่เข้าร่วมโครงการ Cyberport Incubation ของฮ่องกง เร่งหาพันธมิตรร่วมลงทุนขยายตลาดให้บริการหุ่นยนต์แนะนำการลงทุน และแพลตฟอร์มส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นได้ 3 แห่ง ทั้งตลาดหุ้นฮ่องกง, ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นเสินเจิ้น คาดเปิดให้บริการได้ปลายปีนี้

ในยุคปัจจุบันที่เป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นมีปัจจัยหลายประการมากระทบ จำนวนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยมีมากกว่า 600 บริษัท การใช้เทคโนโลยีมาช่วยประมวลผลข้อมูลจึงถูกใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น อย่างโปรแกรมซื้อขายหุ้น หรือหุ่นยนต์แนะนำการลงทุน(Robo Advisor)  รวมถึงปัญญาประดิษฐ์  (Artificial Intelligence)

นายนิรันดร์ ประวิทย์ธนา ประธานบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท เอวา แอดไวเซอรี่ฯ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการระบบหุ่นยนต์แนะนำการลงทุนในตลาดหลัก ทรัพย์ฯ กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันบริษัทให้บริการระบบ AVA Advisory หรือระบบหุ่นยนต์ผู้ช่วยแนะนำการลงทุน มีลูกค้าโบรกเกอร์อยู่ 10 ราย และให้บริการแอพพลิเคชันหุ่นยนต์ให้คำแนะนำการลงทุนให้กับลูกค้านักลงทุนรายย่อย 1.2 แสนราย โดยอยู่ระหว่างพัฒนาระบบ AVA Alpha หุ่นยนต์ที่สามารถคิดวิเคราะห์และส่งคำสั่งซื้อขายแทนคนได้ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับนักลงทุนในกลุ่ม High Net Worth

บริษัทได้เข้าร่วมโครงการ Cyberport Incubation Programme ของฮ่องกง ซึ่งเป็นบริษัทไทยรายเดียวในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมาที่เข้าร่วมโครงการนี้ โดยทางฮ่องกงจะสนับสนุน
ด้านเงินทุนให้แก่บริษัท Start up ทั่วโลกที่เข้าร่วมโครงการนี้ เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจในฮ่องกง

บริษัท เอวา แอดไวเซอรี่ฯ มีแผนเข้าไปร่วมลงทุนในลักษณะ Joint Venture กับบริษัทในฮ่องกง เพื่อให้บริการหุ่นยนต์ผู้ช่วยแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นฮ่องกง และเปิดแพลตฟอร์มการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นผ่านตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งหากเข้าไปซื้อขายในตลาดหุ้นฮ่องกงได้ ก็สามารถเข้าไปซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นของจีนได้ทั้งตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นเสินเจิ้น

“ไม่เพียงแต่เปิดทางให้นักลงทุนไทยเท่านั้น แต่เป็นการชวนคนทั้งโลกให้เข้ามาใช้แพลต ฟอร์มนี้เข้าไปซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นฮ่องกงและตลาดหุ้นจีนได้ โดยมีหุ่นยนต์ผู้ช่วยแนะนำการลงทุนเป็นเครื่องมือให้นักลงทุนด้วย คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในปลายปีนี้”

นายนิรันดร์กล่าวว่าปัจจุบันหุ่นยนต์ที่ปรึกษาการลงทุนมี 2 ลักษณะ คือ Expert System เป็นหุ่นยนต์ที่เรียนรู้จากนักลงทุนมืออาชีพที่มีความสามารถ สอนให้ศึกษาจากพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนมืออาชีพ และประมวลออกมาเป็นคำแนะนำให้กับนักลงทุนทั้งนักลงทุนที่วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ลงทุนระยะยาว หรือนักลงทุนที่ดูเทคนิค เป็นการซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น

อีกลักษณะหนึ่ง คือ Machine Learning จะเป็นการใส่ข้อมูลเข้าไป ใส่ข้อมูลสถิติ,ปัจจัยและตัวแปรทางเศรษฐกิจต่างๆ ให้หุ่นยนต์ศึกษาเองจากข้อมูลในอดีตที่ผ่านมา และค้นหาความสัมพันธ์ของตัวแปรต่างๆ หุ่นยนต์จะหากฎเกณฑ์ด้วยตัวเอง อาจจะสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆให้เกิดขึ้นมาได้ โดยที่คนไม่เคยคิดหรือเคยใช้มาก่อน ซึ่งจะต้องใส่ข้อมูลเข้าไปจำนวนมากๆ อาจจะใช้ได้ในบางวงการอย่างวงการแพทย์ แต่ในวงการตลาดหุ้นนั้นข้อมูลยังถือว่ามีไม่มาก และนอกจากนี้ก็ยังมีข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์ อาทิ ข่าวลือ ข่าวลวง ดังนั้นการจะใส่ข้อมูลเข้าไปให้หุ่นยนต์ก็ต้องเลือกข้อมูลที่เป็นประโยชน์

ปัจจุบันการทำ E-KYC เป็นแนวโน้มไปทั่วโลก นักลงทุนจะสามารถเปิดบัญชีการทำธุรกรรมกับธนาคารหรือบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น การลงทุนจะทำได้ง่ายขึ้น เปิดบัญชีได้ภายใน 1 ชั่วโมง ซื้อขายหุ้นได้เลย และมีหุ่นยนต์ช่วยให้คำแนะนำการลงทุน

นายนิรันดร์กล่าวว่าปัจจุบันการลงทุนในตลาดหุ้นต่างๆ ทั่วโลก นักลงทุนยังไม่มีช่องทางที่เข้าถึงได้อย่างสะดวก เมื่อเข้าไปแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเลือกหุ้นอย่างไร หากโครงการสร้างแพลตฟอร์มส่งคำซื้อขายของบริษัทเริ่มดำเนินการ และมีหุ่นยนต์ที่เรียนรู้ข้อมูลจากตลาดหุ้นแห่งนั้นๆเป็นผู้ช่วยให้คำแนะนำการลงทุน ก็จะถือเป็นการปลดล็อกการลงทุน เพิ่มโอกาสในการลงทุน ซึ่งจะขยายไปในตลาดหุ้นต่างๆ ได้ทั่วโลก

 

แหล่งที่มาอ้างอิง: http://www.thansettakij.com/content/286418